การปฐมพยาบาลผู้ที่ได้รับ “สารพิษ” เบื้องต้น

  • by
TOXIC

สารพิษ หมายถึงสารเคมีต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเรา สารเคมีเหล่านี้อาจจะมีทั้งในสถานะของแข็ง ของเหลว หรือแม้กระทั่งก๊าซต่างๆ เมื่อเรารับประทาน สูดดม สัมผัส หรือฉีดสารเคมีเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย ก็อาจจะเป็นอันตรายต่ออวัยวะ หรือรบกวนการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกายได้ ระดับความรุนแรงจากสารพิษเหล่านี้ จะขึ้นอยู่กับชนิด ปริมาณ และวิธีการที่เราได้รับสารพิษ และหากไม่ทำการปฐมพยาบาลและการรักษาที่เหมาะสม ก็อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายอย่างถาวรเลยก็ได้

ลักษณะอาการที่บ่งบอกถึงผู้ได้รับสารพิษ

  1. อาการที่บ่งบอกถึงผู้ที่ได้รับสารพิษ อาจมีดังต่อไปนี้
  2. มีอาการแสบร้อน หรือรอยแดงในบริเวณปากและริมฝีปาก
  3. ลมหายใจมีกลิ่นคล้ายสารเคมี น้ำมัน หรือสีทาบ้าน
  4. อาเจียน
  5. หายใจไม่ออก
  6. ชัก
  7. หมดสติ
  8. ง่วงซึม
  9. สับสน มึนงง
nausea

วิธีการปฐมพยาบาลผู้ได้รับสารพิษเบื้องต้น

  1. การปฐมพยาบาลสำหรับผู้ที่ได้รับสารพิษทางปาก

ก่อนเริ่มทำการปฐมพยาบาล ผู้ช่วยเหลือจะต้องทำการประเมินผู้ที่ได้รับสารพิษ ตลอดจนถึงดูว่าสารพิษที่ผู้ป่วยได้รับนั้นเป็นสารพิษประเภทใด เพื่อจะได้สามารถทำการช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม

1.1 สารพิษที่มีฤทธิ์กัดกร่อน

สารพิษที่มีฤทธิ์กัดกร่อนต่างๆ เช่น กรด ด่าง และสารเคมีที่ใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรมต่างๆ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว จะทำให้ริมฝีปาก ท้อง และลำคอเกิดอาการไหม้ แสบร้อน พองใน คลื่นไส้ อาเจียน หรือช็อก เราสามารถปฐมพยาบาลได้โดยวิธีดังต่อไปนี้

  • ตรวจดูว่าผู้ป่วยยังคงมีสติอยู่หรือไม่
  • หากยังมีสติอยู่ ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำหรือนม เพื่อช่วยเจือจางสารพิษในกระเพาะ
  • ห้ามให้ผู้ป่วยอาเจียน รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
    • สารเคมีจำพวกน้ำมัน

เช่น น้ำมันก๊าด น้ำมันเบนซิน ยาฆ่าแมลงชนิดน้ำมัน ทำให้เกิดอาการแสบร้อน คลื่นไส้ อาเจียน และลมหายใจมีกลิ่นน้ำมัน มีวิธีการปฐมพยาบาลคือ

  • ห้ามทำให้ผู้ป่วยอาเจียน รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
  • ในช่วงระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล
  • หากผู้ป่วยอาเจียน ควรจัดศีรษะผู้ป่วยให้อยู่ต่ำ เพื่อป้องกันการสำลักน้ำมันเข้าปอด

    1.3 การรับประทานยาเกินขนาด

เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ยานอนหลับ หรือยาแอสไพริน (Aspirin) มีวิธีปฐมพยาบาลดังนี้

  • เจือจางสารพิษ ด้วยการให้ดื่มน้ำหรือนม
  • ให้ผู้ป่วยอาเจียน โดยการใช้วิธีล้วงคอ หรือกวาดคอ เพื่อกระตุ้นให้อยากอาเจียน
  • นำตัวส่งโรงพยาบาล
  1. การปฐมพยาบาลสำหรับผู้ที่ได้รับสารพิษทางการหายใจ

การสูดหายใจก๊าซพิษ มีทั้งก๊าซพิษที่ทำให้ขาดอากาศหายใจ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจน หรือไฮโดรเจน ก๊าซที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือก๊าซที่ทำอันตรายทั่วร่าง เช่น ก๊าซอาร์ซีน หากพบผู้ป่วยที่สูดดมสารพิษเหล่านี้ สามารถปฐมพยาบาลได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • กลั้นหายใจ และรีบเปิดประตูหรือหน้าต่าง เพื่อถ่ายเทอากาศโดยรอบออก
  • ย้ายผู้ป่วยออกมายังบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท และมีอากาศบริสุทธิ์
  • ตรวจสอบการเต้นของหัวใจ และการหายใจ
  • หากผู้ป่วยไม่หายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ให้ทำการ CPR รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
  • การปฐมพยาบาลสำหรับผู้ที่ได้รับสารพิษทางผิวหนัง

สารพิษที่อาจซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง และทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย มีวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นดังนี้

  • กำจัดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนสารพิษเหล่านั้นในทันที
  • ล้างทำความสะอาดบริเวณที่โดนสารพิษในทันที
  • ควรล้างโดยการเปิดให้น้ำไหลผ่าน และล้างออกด้วยน้ำสะอาด เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที อาจใช้สบู่อ่อนๆ ร่วมด้วยก็ได้เช่นกัน
  • รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
  • การปฐมพยาบาลสำหรับผู้ที่ได้รับสารพิษทางดวงตา

หากสารพิษต่างๆ เข้าสู่ดวงตา ควรทำการปฐมพยาบาลด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาด เปิดให้น้ำไหลผ่านด้วยตา ควรล้างตาเป็นเวลาอย่างน้อย 15-20 นาที
  • หากผู้ป่วยนั้นใส่คอนแทคเลนส์ ให้ทำการถอดคอนแทคเลนส์ก่อนล้างตา
  • บรรเทาอาการปวด และจัดการกับอาการช็อก ปิดตาผู้ป่วย
  • รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

วิธีเหล่านี้ เป็นเพียงวิธีในการช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น สำหรับผู้ที่ได้รับสารพิษ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการช่วยเหลือผู้ป่วย คือการรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ตัวผู้ช่วยเหลือก็ควรที่จะตั้งสติ และตรวจดูให้มั่นใจก่อนว่าตัวเองนั้นอยู่ในจุดที่ปลอดภัย ก่อนจะเข้าช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองกลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือยากขึ้น

Tags: