“แบคทีเรียในรองเท้า” อันตรายกว่าที่คิด

  • by
แบคทีเรียในรองเท้า

ในแต่ละวันที่เราสวมรองเท้าออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้าน ทั้งไปเรียน ไปทำงาน ไปออกกำลังกาย หรือไปเที่ยว รองเท้าที่เราสวมใส่นั้นต้องผ่านการเหยียบย่ำกับสภาพแวดล้อมต่างๆ กัน ทั้งยังสะสมเหงื่อและความอับชื้นจากเท้าและถุงเท้าที่อยู่ภายในรองเท้าเอาไว้อีกด้วย ซึ่งสิ่งสกปรกจากการเหยียบย่ำไปยังพื้นที่ต่างๆ บวกกับการหมักหมมเอาทั้งเหงื่อและความอับชื้นเอาไว้ จึงเป็นการสะสมเอาแบคทีเรียไว้ในรองเท้า ซึ่ง แบคทีเรีย ในรองเท้านี้สามารถก่อให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ หรือการติดเชื้อต่างๆ ได้

  1. มีแบคทีเรียอะไรอยู่ในรองเท้าของเราบ้าง

รองเท้าที่เราสวมมาตลอดทั้งวัน ได้รับทั้งสิ่งปรก เหงื่อ ความอับชื้น เชื้อโรค และแบคทีเรียในรองเท้ามากมาย โดยกลุ่มแบคทีเรียที่พบได้มากในรองเท้าก็คือ

  • แบคทีเรียในกลุ่มของอีโคไล (E.coli) 

เชื้ออีโคไลเป็นหนึ่งในเชื้อ แบคทีเรีย ที่สามารถพบได้ในลำไส้ของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสภาพแวดล้อมอื่นๆ ก็มีเชื้ออีโคไลอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในรองเท้าซึ่งสามารถพบเชื้ออีโคไลได้มาก แม้ว่าโดยปกติแล้วเชื้ออีโคไลในลำไส้ของคนและสัตว์จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายมากนัก แต่ถ้าเชื้ออีโคไลจากภายนอกเกิดการปนเปื้อนกับอาหารและรับประทานเข้าไป ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน มีไข้ เป็นต้น หรือถ้าร้ายแรงก็อาจจะก่อให้เกิดการติดเชื้อภายในร่างกายอย่างรุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

  • แบคทีเรียคลอสตริเดียม ดิฟฟิไซล (Clostridium difficile หรือ C. diff)

เชื้อแบคทีเรียในกลุ่มของคลอสตริเดียม ดิฟฟิไซล (Clostridium difficile) เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ รวมถึงยังก่อให้เกิดอาการอักเสบที่ลำไส้ใหญ่ได้

  • เชื้อสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus)

เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มักพบได้บริเวณผิวหนังหรือโพรงจมูก เชื้อโรคเหล่านี้หากปนเปื้อนในอาหารจะมีความเสี่ยงทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ หรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หรือมีอาการอ่อนเพลียได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ มีไข้ และอ่อนเพลียร่วมด้วย

2.ป้องกันแบคทีเรียในรองเท้าได้ยังไงบ้าง

2.1 ไม่ใส่รองเท้าเข้าบ้าน

2.2  แม้รองเท้าจะดูสะอาดและไม่มีสิ่งสกปรกหรือคราบเปื้อน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารองเท้าของเราจะสะอาดหมดจด เพราะแบคทีเรียและเชื้อโรคเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า รองเท้าที่สะอาดไร้รอยคราบก็สามารถที่จะมี แบคทีเรีย สะสมอยู่ได้เช่นกัน เพราะเราสวมใส่มาทั้งวัน ใส่เดินไปยังที่ต่างๆ เก็บทั้งกลิ่นอับชื้นและคราบเหงื่อไคลไว้ด้วย ดังนั้น จึงไม่ควรใส่รองเท้าเข้าบ้าน เพราะจะเป็นการนำเชื้อแบคทีเรียในรองเท้าเข้ามาในบ้าน ควรถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านทุกครั้ง หรือเปลี่ยนเป็นรองเท้าสำหรับใส่ในบ้านก่อนที่จะเดินเข้าบ้าน

2.3 ระวังไม่ให้รองเท้าเปียก

เพราะรองเท้าที่เปียกก็จะทำให้เกิดการอับชื้นในรองเท้า และส่งผลไปยังเท้า ทำให้เท้ามีกลิ่นอับหรือกลิ่นเหม็น ซึ่งนอกจากจะให้ความรู้สึกไม่สบายเท้าแล้วก็ยังเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ด้วยหากมีบาดแผลที่บริเวณเท้า

2.4 ซักรองเท้าอย่างสม่ำเสมอ

หลายคนถือว่ามีรองเท้าหลายคู่ สลับใส่เวียนกันจนครบทุกคู่ก่อนแล้วค่อยเอาออกมาซักทำความสะอาดทีเดียว จะได้ไม่เปลืองแรงหลายรอบ แต่เพื่อป้องกันเชื้อโรคและ แบคทีเรีย เราควรที่จะซักและทำความสะอาดรองเท้าอย่างสม่ำเสมอ ทุกสัปดาห์หรือสองสัปดาห์

2.5 เปลี่ยนรองเท้าบ้าง

หลายคนมักจะมีรองเท้าคู่เก่ง รองเท้าคู่โปรด หรือรองเท้าที่ใส่ประจำแค่หนึ่งคู่ ซึ่งเราควรที่จะเปลี่ยนใส่รองเท้าคู่อื่นบ้าง เพื่อไม่เป็นการใช้งานรองเท้าคู่ใดคู่หนึ่งอย่างหนักหน่วงจนเกินไป เพราะนอกจากจะเสี่ยงสะสมแบคทีเรียเอาไว้มากแล้ว ก็ยังจะทำให้รองเท้าเสื่อมสภาพได้ง่ายมากขึ้นด้วย

2.6 อย่าทิ้งถุงเท้าไว้ที่รองเท้า

นอกจากรองเท้าจะสะสมแบคทีเรียไว้มากในแต่ละวันแล้ว ถุงเท้าก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีการสะสมแบคทีเรียเอาไว้เช่นกัน โดยถุงเท้าทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นแก่เท้า และรองรับการเสียดสีโดยตรงของเท้ากับรองเท้า แต่การทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเท้ากับรองเท้านี่เอง ยิ่งทำให้ถุงเท้าสะสมแบคทีเรียเอาไว้มากขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้น หากกลับถึงบ้านแล้วถอดถุงเท้ายัดกลับเข้าไปในรองเท้า ก็จะเท่ากับเป็นการทำให้แบคทีเรียและเชื้อโรคเจริญเติบโตมากกว่าเดิม จึงควรแยกถุงเท้าที่ใช้แล้วออกจากรองเท้า และหมั่นทำความสะอาดถุงเท้าอยู่เสมอ

2.7 ล้างมือให้สะอาด

นอกจากการทำความสะอาดรองเท้า ถุงเท้า และล้างเท้าให้สะอาดแล้ว อวัยวะสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือฝ่ามือทั้งสองของเรา เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สวมรองเท้าโดยไม่ใช้มือสัมผัสรองเท้า หลายคนยังต้องใช้มือช่วยในการสวมรองเท้าอยู่ โดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่เพิ่งเริ่มใส่รองเท้าด้วยตัวเอง การใช้มือสวมรองเท้าจะทำให้การสวมรองเท้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน การใช้มือช่วยสวมรองเท้าก็เป็นการเสี่ยงที่จะสะสมแบคทีเรียไว้ที่มือเช่นกัน เพราะถ้าหลังจากการสัมผัสกับรองเท้าแล้วไม่มีการล้างมือให้สะอาด แบคทีเรีย เชื้อโรคที่ได้จากการสัมผัสรองเท้าก็จะติดอยู่ที่มือ และเมื่อนำไปหยิบจับอาหารหรือเครื่องดื่ม ก็จะทำให้เชื้อโรคและสิ่งสกปรกเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อ ที่จะนำมาซึ่งโรคท้องเสีย ท้องเดิน และการติดเชื้อในระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย ดังนั้นแล้ว นอกจากจะต้องรักษาความสะอาดของรองเท้า ถุงเท้า และเท้าแล้ว ก็ไม่ควรที่จะละเลยการทำความสะอาดมือด้วย

Close-up Of A Woman’s Leg Near High Heels On Hardwood Floor

Leave a Reply

Your email address will not be published.