อาการร้อนในในเด็ก สาเหตุที่ทำให้ลูกไม่อยากกินอาหาร

  • by

อาการร้อนใน ในเด็ก หนึ่งในตัวการที่ทำให้ลูกทานอาหารได้ยากลำบาก และส่งผลให้ลูกได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอก็คือ อาการร้อนใน ซึ่งอาการดังกล่าวนี้ให้ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานแก่ลูกมาก เพราะแม้แต่การดื่มน้ำเปล่า ก็สามารถสร้างความปวดให้กับแผลได้ วันนี้เราจึงขอชวนพ่อแม่ทุกท่าน หันมาใส่ใจเกี่ยวกับ อาการร้อนใน กันค่ะว่ามีสาเหตุเกิดจากอะไร อาการที่ลูกต้องเผชิญเมื่อเป็นร้อนในเป็นอย่างไร รวมถึงวิธีการรักษา อาการร้อนใน ที่พ่อแม่ควรรู้กันครับ

  • ร้อนในคืออะไร

ร้อนในหรือแผลร้อนใน มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Aphthous Ulcer คือแผลที่มีขนาดเล็กและตื้น ลักษณะจะเป็นสีขาวและล้อมด้วยสีแดง เกิดขึ้นบริเวณด้านในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกระพุ้งแก้ม ลิ้น เหงือก หรือริมฝีปาก และลักษณะของแผลมีโอกาสขยายใหญ่ขึ้นได้ มักทำให้รู้สึกเจ็บทุกครั้งที่สัมผัสกับสิ่งต่างๆ ที่เข้าไปในปาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่าหรืออาหารก็ตาม และโดยปกติแล้ว อาการร้อนใน มักจะหายไปเองในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้หากมีไข้ร่วมอยู่ด้วยในช่วงที่มี อาการร้อนใน ควรรีบพาลูกไปหาหมอทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมือเท้าปาก

  • สาเหตุที่ทำให้เกิดร้อนในในเด็ก

ในส่วนของสาเหตุที่ทำให้เกิดร้อนในในเด็กนั้น มีทั้งเกิดจากสารระคายเคืองต่างๆ จากการแพ้อาหาร กัดปากตัวเอง ใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงแข็ง ร่างกายขาดสารอาหารประเภทวิตามินและแร่ธาตุ ระบบภูมิต้านทานของเด็กอ่อนแอลง ทานอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนเกินไป รวมทั้งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส

  • อาการร้อนใน

สำหรับ อาการร้อนใน ที่พ่อแม่ควรสังเกตก็คือ ลูกมักจะดื่มน้ำมากกว่าปกติ ร้องไห้หรืองอแงโดยไร้เหตุผล เคี้ยวอาหารช้าลงมาก มักแสดงอาการเจ็บปวดหรือร้องไห้ทุกครั้งที่ทานอาหารรสชาติเค็มหรือเผ็ด มีแผลในช่องปากซึ่งมีลักษณะสีขาวล้อมรอบด้วยสีแดง มีขนาดเล็กและตื้น รวมถึงอาจมีอาการไข้ร่วมด้วยเมื่อแผลเกิดการติดเชื้อ

  1. วิธีรักษาอาการร้อนใน

สำหรับวิธีรักษา อาการร้อนใน ที่พ่อแม่สามารถทำได้นั้น มีทั้งการใช้ยาทารักษาแผลร้อนใน การทำความสะอาดมือของลูกเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ ให้ลูกทานอาหารอ่อนๆ ห้ามเอามือไปสัมผัสแผล บ้วนปากด้วยน้ำเกลือแทนการแปรงฟัน ทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงการอดทนรอประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพราะอาการดังกล่าวจะหายไปเอง เมื่อพ่อแม่ทราบถึงสาเหตุและ อาการร้อนใน กันไปแล้ว อย่าลืมสังเกตช่องปากของลูกด้วยว่ามีแผลหรือเปล่า หากลูกมีอาการตามที่กล่าวไปข้างต้น แนะนำให้ค่อยๆ รักษาด้วยวิธีที่เราได้นำมาแชร์กัน สำคัญที่สุดคือ ควรสังเกตว่ามีไข้หรือเปล่า หากมีไข้ร่วมกับ อาการร้อนใน ควรรีบพบหมอทันที เพราะอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณของการเป็นโรคมือเท้าปากที่มักเกิดในเด็กนั่นเองค่ะ