แค่ “ล้างจมูก”ช่วยลดอาการ ภูมิแพ้ ได้จริงไหม ??

  • by

เชื่อว่าหลายคน อาจมีความสงสัยเมื่อมีอาการหวัดคัดจมูก หรือเป็นโรคภูมิแพ้ หลายๆคนเลือก โดยการใช้วิธีการ“ล้างจมูก” เพราะเชื่อว่าการ ล้างจมูก สามารถช่วยป้องกัน และลดอาการภูมิแพ้ ลงได้ ซึ่งความเชื่อนั้นว่ามันสามารถช่วยได้จริงหรือไม่

การ ล้างจมูก คืออะไร
การ ล้างจมูก คือการใช้น้ำเกลือที่มีความเข้มข้น 0.9 เปอร์เซ็นต์ ล้างทำความสะอาดโพรงจมูก ซึ่งน้ำเกลือจะเป็นตัวช่วยลดความเหนียวข้นของน้ำมูก ได้ดี การล้างจมูก เป็นการทำความสะอาดโพรงจมูก และ/หรือ ไซนัส โดยการชะล้างเอาน้ำมูก หนอง และสิ่งสกปรกภายในโพรงจมูก หรือโพรงหลังจมูก และ/หรือ ไซนัส ซึ่งเกิดจากการอักเสบในโพรงจมูกออก ด้วยน้ำเกลือ เพื่อให้โพรงจมูกและ/หรือ ไซนัสโล่ง เป็นการบรรเทาอาการคัดจมูก คัน จาม น้ำมูกไหล (ทั้งที่ไหลออกมาข้างนอก และไหลลงคอ) อาการแสบจมูก ปวดจมูก หรือปวดบริเวณไซนัส รวมถึงการมีกลิ่นเหม็นในโพรงจมูกและ/หรือ ไซนัส

การล้างจมูกกับอาการภูมิแพ้
โดยความจริงแล้ว การล้างจมูกด้วยน้ำเปล่าธรรมดา จะไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย แต่ถ้าเราใช้น้ำเกลือที่มีความเข้มข้น 0.9 เปอร์เซ็นต์ นั้นจะช่วยให้มูกเหนียวข้น หนอง และสิ่งสกปรกที่ตกค้างต่างๆ รวมถึงเชื้อโรคหลุดออกได้อย่างง่ายดาย และเป็นการลดจำนวนเชื้อโรคและสิ่งสกปรกต่างๆ รวมทั้งสารก่อภูมิแพ้ให้ลดน้อยลงไปพร้อมกันด้วย อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการลุกลามของเชื้อโรคจากจมูกและไซนัสลงไปที่ปอด และทำให้ลดอาการหวัดเรื้อรังให้ดีขึ้นด้วย

• ช่วยให้อาการหวัดเรื้อรัง (คัดจมูก คัน จาม น้ำมูกไหล แสบจมูก ปวดจมูก) ดีขึ้น และลดน้ำมูกหรือเสมหะที่ไหลลงคอ
• ช่วยระบายหนองจากไซนัสดีขึ้น โดยลดน้ำมูกหรือหนองที่อุดอยู่บริเวณรูเปิดของโพรงไซนัส ในโพรงจมูก ทำให้อาการไซนัสอักเสบดีขึ้นเร็ว
• ช่วยป้องกันการลุกลามของเชื้อโรคจากจมูกและไซนัสขึ้นไปหูชั้นกลาง หรือลงไปสู่ปอด
• ช่วยลดจำนวนเชื้อโรค มลพิษ สารก่อภูมิแพ้ สิ่งระคายเคือง และ สารที่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อสารก่อภูมิแพ้ในโพรงจมูก และ/หรือ ไซนัส
• ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่เยื่อบุจมูก
• ช่วยบรรเทาอาการคัดแน่นจมูก ถ้าใช้น้ำเกลืออุ่นล้างจมูก โดยทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม ทำให้หายใจโล่งขึ้น
• ช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง และลดการอักเสบในจมูก
• การล้างจมูกก่อนการพ่นยา หรือหยอดยาในจมูก (ในกรณีแพทย์สั่งยาพ่นจมูก หรือยาหยอดจมูกให้ใช้) จะทำให้ยาสัมผัสกับเยื่อบุจมูกได้มากขึ้น ออกฤทธิ์ได้ดี มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
• ช่วยชะล้างคราบสะเก็ดแข็งของเยื่อบุจมูก และ/หรือไซนัส หลังการผ่าตัด หรือหลังการฉายแสงออก ทำให้แผลในโพรงจมูก และไซนัสหายเร็วขึ้น ป้องกันการเกิดพังผืดซึ่งทำให้รูจมูกหรือไซนัสตีบแคบ
• ช่วยเพิ่มการทำงานของขนกวัดในจมูก ซึ่งทำหน้าที่พัดโบก กำจัดสิ่งแปลกปลอมในโพรงจมูก
• ทำให้ลดปริมาณยาที่ใช้ในการรักษาโรคจมูก และ/หรือ ไซนัสลงได้

ควรล้างจมูกเมื่อใด?

• เมื่อมีน้ำมูกเหนียวข้นค้างอยู่ในโพรงจมูกหรือไซนัส
• เมื่อมีอาการคัดแน่นจมูก
• เมื่อหายใจเอาฝุ่นควัน หรือสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในจมูก
• ก่อนใช้ยาพ่นจมูก หรือยาหยอดจมูก
• เมื่อมีเสมหะในลำคอ ซึ่งเกิดจากการอักเสบในโพรงจมูกหรือไซนัส
• หลังผ่าตัด หรือหลังการฉายแสงบริเวณจมูก หรือไซนัส
• มีกลิ่นเหม็นที่เกิดจากโรคจมูก และ/หรือไซนัส

ใครบ้างที่ควรจะล้างจมูก?

ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้………….ควรจะได้รับการล้างจมูกอยู่เสมอ
• ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากการติดเชื้อ หรือ “หวัด”
• ผู้ป่วยโรคไซนัสอักเสบ
• ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือ “แพ้อากาศ”
• ผู้ป่วยโรคริดสีดวงจมูก
• ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบเหี่ยวฝ่อ
• ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดจมูกและ/หรือไซนัส
• ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสงบริเวณจมูกและ/หรือไซนัส

การล้างจมูก..ควรทำอย่างไร

การล้างจมูก มีวิธีการดังนี้
• ควรอุ่นน้ำเกลือก่อนการล้างจมูกเสมอ โดยให้มีอุณหภูมิพอเหมาะกับเยื่อบุจมูก การใช้น้ำเกลือที่ไม่ได้อุ่นล้างจมูก อาจทำให้เกิดการคัดจมูกหลังการล้างได้ การอุ่นน้ำเกลือสามารถทำได้โดยเทน้ำเกลือสำเร็จรูป เช่น น้ำเกลือในขวดที่บรรจุมาแล้วจากโรงงาน หรือน้ำเกลือที่ได้จากการผสม (โดยใช้เกลือซองสำเร็จรูปผสมกับน้ำสะอาด) ใส่ภาชนะปากกว้าง เช่น ชาม ในขนาดพอประมาณ ที่จะทำการล้างในเวลานั้นๆ และนำไปอุ่นในเครื่องไมโครเวฟ ในกรณีที่อยากทำน้ำเกลือไว้ล้างเอง อาจทำได้โดย ต้มน้ำสะอาด ปริมาณ 750 ซีซี ให้เดือด โดยใส่เกลือแกง หรือเกลือป่นที่ใช้ปรุงอาหาร ปริมาณ 1 ช้อนชา แล้วคนให้เข้ากัน หลังจากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้อุ่น โดยน้ำเกลือที่เตรียมเอง ควรใช้ให้หมดภายใน 1 วันเท่านั้น ที่เหลือควรทิ้งไป ก่อนนำน้ำเกลือที่อุ่นแล้วนั้นมาล้างจมูก ควรทดสอบกับหลังมือของเราเสียก่อน โดยน้ำเกลือที่จะใช้ได้ ควรจะอุ่นในขนาดที่หลังมือของเราทนได้

• การล้างจมูกควรหาภาชนะมารองรับน้ำเกลือหลังล้าง ที่ออกมาทางจมูก และปาก เช่น ชาม,กะละมัง หรือล้างในอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ

• ใช้อุปกรณ์ล้างจมูกโดยเฉพาะ หรือใช้กระบอกฉีดยา ดูดน้ำเกลือที่อุ่นได้ที่แล้วในขนาดน้อยๆก่อนเช่น ประมาณ 10-15 ซีซี ในผู้ใหญ่ หรือประมาณ 5 ซีซี ในเด็ก หรือกรอกน้ำเกลือใส่ขวดพลาสติกที่ใช้สำหรับล้างจมูก

• ผู้ที่ล้างจมูกควรนั่งโน้มตัวไปข้างหน้า และก้มหน้าเล็กน้อย อยู่เหนือภาชนะรองรับน้ำเกลือ ควรเริ่มล้างจมูกข้างที่โล่งกว่า หรือ คัดน้อยกว่าก่อน

• ควรนำปลายของอุปกรณ์ หรือปลายกระบอกฉีดยา หรือขวดพลาสติกที่ใช้สำหรับล้างจมูก ใส่เข้าไปในจมูกข้างที่จะล้างเล็กน้อย อ้าปากไว้ แล้วหายใจเข้าเต็มที่ และกลั้นหายใจไว้


• ดันกระบอกสูบของกระบอกฉีดยา หรือบีบขวดพลาสติกที่ใช้สำหรับล้างจมูก เบาๆ ให้น้ำเกลือไหลเข้าไปในจมูกช้าๆ ซึ่งน้ำเกลือก็จะผ่านเข้าไปในโพรงจมูกข้างหนึ่ง แล้วไปกระทบกับผนังของโพรงหลังจมูก แล้วผ่านเข้าไปในโพรงจมูกอีกข้างหนึ่ง (โพรงจมูกซ้ายและขวามีทางเชื่อมต่อกันทางด้านหลัง) แล้วออกมาทางรูจมูกอีกข้างหนึ่ง หลังจากที่น้ำเกลือส่วนใหญ่ไหลออกมาจากจมูก และ / หรือ ปากแล้ว ให้หายใจตามปกติได้ ข้อสำคัญคือ ระหว่างที่ดันน้ำเกลือเข้าไปในโพรงจมูก จะต้องกลั้นหายใจไว้ มิฉะนั้นอาจหายใจเอาน้ำเกลือลงไปยังกล่องเสียงและหลอดลมทำให้เกิดการสำลักได้

• หลังจากที่เราคุ้นเคยกับวิธีการล้างจมูก และรู้จังหวะของการหายใจแล้ว จึงค่อยๆเพิ่มปริมาณของน้ำเกลือในการล้างแต่ละครั้งขึ้นเรื่อยๆ การล้างจมูกที่จะให้ได้ประสิทธิภาพในการชำระล้างโพรงจมูกให้สะอาดนั้น ควรจะดันน้ำเกลือเข้าไปในโพรงจมูกทุกทิศทาง เช่น ทางขวา ซ้าย ด้านบนและล่างของโพรงจมูก เพื่อจะได้ชะล้างน้ำมูกหรือสิ่งสกปรกในโพรงจมูกออกได้ทั่วทั้งโพรงจมูก และออกมากที่สุดเท่าที่จะมากได้นั่นเอง หลังจากฉีดล้างโพรงจมูกข้างใดข้างหนึ่ง ควรที่จะมีน้ำเกลือไหลออกจากโพรงจมูกอีกข้าง ถึงจะเป็นการล้างที่ถูกต้องคือ มีปริมาณของน้ำเกลือที่ใช้ล้างในแต่ละครั้ง และมีความแรงของน้ำเกลือที่ฉีดเข้าไปเพียงพอ ควรล้างโพรงจมูกสลับข้างไปเรื่อยๆ เช่น หลังล้างข้างซ้าย ก็ควรย้ายไปล้างข้างขวา แล้วสลับกันไปมา

• การล้างจมูกในแต่ละครั้งนั้น ควรล้างจนกว่าจะรู้สึกได้ว่าจมูกของเราโล่งขึ้น ไม่มีน้ำมูกหรือสิ่งสกปรกอะไรคั่งค้างในจมูก และควรล้างจนกว่าน้ำเกลือที่ออกมาจากจมูกและปาก จะใสเหมือนกับน้ำเกลือที่ฉีดเข้าไปในโพรงจมูก จึงจะหยุดล้างได้

• หลังจากล้างเสร็จแล้ว สามารถสั่งน้ำมูก หรือน้ำเกลือที่คั่งค้างอยู่ในโพรงจมูก และบ้วนน้ำเกลือและน้ำมูกส่วนที่ไหลลงคอรวมทั้งเสมหะในคอออกมาได้ การล้างจมูกอย่างถูกต้องบ่อยๆ จะไม่เกิดโทษ หรืออันตรายต่อจมูก หรือร่างกาย ในทางตรงกันข้าม จะมีประโยชน์ในการช่วยล้างน้ำมูก สิ่งสกปรกที่คั่งค้างอยู่ในโพรงจมูกออก และ ควรล้างจมูกก่อนการพ่นยาในจมูกเสมอ แนะนำให้ล้างจมูกก่อนเวลารับประทานอาหาร (ขณะท้องว่าง) หรือหลังรับประทานอาหารแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไปเพื่อป้องกันการอาเจียนหรือสำลัก

• หลังจากล้างจมูกเสร็จทุกครั้ง ควรล้างอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูกให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ หรือ น้ำยาล้างจาน แล้วล้างด้วยน้ำเปล่าจนสะอาด (ในกรณีที่ใช้ลูกยางแดงหรือกระบอกฉีดยาที่ทำจากแก้ว หลังจากล้างแล้วควรนำมาต้มกับน้ำเดือด ประมาณ 5 นาที) แล้วผึ่งให้แห้ง

การล้างจมูก กับการใช้น้ำเกลือพ่นจมูกมีข้อแตกต่างกันอย่างไร?

ต่างกันเรื่องปริมาณของน้ำเกลือที่ใช้ทำความสะอาดโพรงจมูก การล้างจมูกจะใช้น้ำเกลือ มากกว่า ขณะที่การใช้น้ำเกลือพ่นจมูก จะใช้ปริมาณของน้ำเกลือน้อยกว่า ดังนั้นประโยชน์ที่ได้รับ จากการล้างจมูก นั้นน่าจะมากกว่าการใช้น้ำเกลือพ่นจมูก เปรียบเสมือนการล้างจมูก คือการอาบน้ำ การใช้น้ำเกลือพ่นจมูก คือการเช็ดตัว การอาบน้ำย่อมทำให้ร่างกายสะอาดมากกว่าการเช็ดตัว แต่การใช้น้ำเกลือพ่นจมูกมีประโยชน์ในกรณีที่ผู้ที่จะล้างจมูก ไม่สะดวกในการเตรียมอุปกรณ์สำหรับล้างจมูก อาจใช้น้ำเกลือพ่นจมูกทำความสะอาดโพรงจมูกแทน

ทำไมเมื่อมีการล้างจมูกแล้ว บางทีมีน้ำไหลลงคอ หรือมีอาการหูอื้อ, ปวดหู, มีเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะ บ้านหมุนได้ แล้วจะเป็นอันตรายหรือเปล่า?

เนื่องจากโพรงจมูกด้านหลังมีช่องทางติดต่อกับคอ และหูชั้นกลาง โดยผ่านท่อยูสเตเชียน (eustachian tube) ซึ่งเป็นท่อที่เชื่อมต่อระหว่าง หูชั้นกลาง (middle ear) และโพรงหลังจมูก (nasopharynx) ดังนั้นเมื่อเราล้างจมูกน้ำเกลืออาจไหลลงมาในลำคอได้ ซึ่งไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด โดยผู้ล้างจมูกสามารถบ้วนน้ำเกลือที่ไหลลงมาในลำคอทิ้งได้

ท่อยูสเตเชียนทำหน้าที่ช่วยปรับความดันของหูชั้นกลางให้เท่ากับอากาศภายนอก เมื่อใดที่ท่อนี้ทำงานผิดปกติไป จะทำให้เกิดอาการหูอื้อ (aural fullness or hearing loss), ปวดหู (otalgia), มีเสียงดังในหู (tinnitus) หรือเวียนศีรษะ บ้านหมุน (vertigo)ได้ ตัวอย่างในชีวิตประจำวันที่เราพบได้บ่อยที่ ท่อยูสเตเชียน นี้ทำงานผิดปกติ ได้แก่ เวลาขึ้นหรือลงลิฟท์เร็วๆ หรือเครื่องบินกำลังขึ้น หรือลงเร็วๆ หรือ เวลาดำน้ำ หรือ เวลาเราเป็นหวัด หรือ ไซนัสอักเสบ หรือเมื่อภูมิแพ้กำเริบ จะมีอาการหูอื้อ, ปวดหู, มีเสียงดังในหู หรือวิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน ดังนั้นเวลาล้างจมูก น้ำเกลืออาจไหลไปถูกรูเปิดของ ท่อยูสเตเชียน ทางด้านหลัง ทำให้ผู้ล้างมีอาการหูอื้อ หรือปวดหูได้ ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะเป็นเพียงชั่วคราว และไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ผู้ล้างควรจะสังเกตว่าเวลาดันน้ำเข้าไปในโพรงจมูกทิศทางใด แล้วเกิดอาการของหู ดังกล่าว ก็ควรหลีกเลี่ยงทิศทางนั้นๆเสีย

การล้างจมูก จำเป็นต้องทำเฉพาะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จมูก เท่านั้นหรือเปล่า??

ไม่จำเป็น คนธรรมดาที่แข็งแรงดี แล้วอยากล้างทำความสะอาดในโพรงจมูกก็สามารถทำได้ หรือผู้ป่วย…….เหล่านี้ ที่ไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้จมูก ก็สามารถล้างจมูกได้
• ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากการติดเชื้อ หรือ “หวัด”
• ผู้ป่วยโรคไซนัสอักเสบ
• ผู้ป่วยโรคริดสีดวงจมูก
• ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบเหี่ยวฝ่อ
• ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดจมูกและ/หรือไซนัส
• ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสงบริเวณจมูกและ/หรือไซนัส

ในกรณีที่ใช้อุปกรณ์ล้างจมูกที่มีแรงดันสูงมาก จะเป็นอันตรายหรือเปล่า??

ในคนปกติ อาจต้องระมัดระวัง น้ำที่มีแรงดันที่สูงมากๆ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะในโพรงจมูก หรือรูเปิดของท่อยูสเตเชียน ทางด้านหลังโพรงจมูกได้ และในผู้ป่วยที่โครงสร้างในโพรงจมูกไม่ปกติ เช่นเคยได้รับการผ่าตัดโพรงจมูกและ/หรือไซนัส หรือเคยได้รับการฉายแสงบริเวณโพรงจมูกและ/หรือไซนัสมาก่อน ก็ควรใช้ความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณ : รศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

Leave a Reply

Your email address will not be published.