ความแตกต่างระหว่าง ไฮยาลูโรนิค VS ไฮยาลูรอน

ในช่วงที่หลายคนต่างใช้ชีวิตแบบ New normal โดยใส่หน้ากากอนามัย แดดที่ร้อนแรง มลภาวะ อายุ สารพัดปัญหาก่อให้เกิด ริ้วรอย ผิวแห้ง หยาบกร้าน หมองคล้ำ ฝ้า กระ สิวอักเสบ และผดผื่น จนหลายๆคนต้องหันมาหาตัวช่วยเพิ่มความแข็งแรง และความชุ่มชื่นผิว
ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุมชื่นมาแรงที่สุดตอนนี้คงไม่พ้น ‘ไฮยาลูโรนิค’ หรือ ‘ไฮยาลูรอน’ ที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยจัดการกับริ้วรอย ผิวแห้ง หยาบกร้าน ทำให้ผิวฟูเด้ง ซึ่งเจ้าไฮยาลูรอนนี้ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น อาทิ ผสมกับโลชั่นทาผิวกาย ผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ใช้บำรุงผม หรือผสมกับรองพื้นก็จะช่วยให้เครื่องสำอางติดทนมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า ‘ไฮยาลูโรนิค’ หรือ ‘ไฮยาลูรอน’ มาจากไหนแล้วต่างกันอย่างไร
กรดไฮยาลูโรนิค ( Hyaluronic acid : HA ) กรดนี้เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง เป็นโมเลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า polysaccharide เช่น บริเวณผิวหนังและกระดูกอ่อน สารตัวนี้มักจะมีสภาพเป็นเจล ซึ่งก่อให้เกิดเป็นความเรียบและยืดหยุ่น ซึ่งเป็นสารให้ความชุ่มชื่นตามธรรมชาติเพราะมันสามารถดึงดูดน้ำในชั้นผิวหนังช่วยให้ผิวนุ่ม ลื่นและยืดหยุ่น ที่มีอยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยปกติร่างกายมนุษย์จะมี Hyaluronic acid (กรดไฮยาลูโรนิค) ประมาณ 15 กรัม และจะอยู่ที่ชั้นผิวหนัง 50% และอยู่ที่กระดูกอ่อนและส่วนอื่นๆอีก 50% ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำไขข้อ หล่อเลี้ยงข้อต่อ น้ำเลี้ยงลูกตา น้ำหล่อลื่นบริเวณส่วนต่างๆของร่างกาย รวมทั้งลดการเสียดสีของอวัยวะและเซลล์อีกด้วย
ในทางความงาม “ไฮยาลูโรนิค แอซิด” มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ คือ เป็นตัวประสานความเชื่อมต่อระหว่าง ชั้นผิวหนังแท้ (dermis) โปรตีนคอลลาเจน และ อีลาสติน เข้าด้วยกัน ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น เต่งตึง ปราศจากริ้วรอย และดูเรียบเนียน จึงทำให้ ไฮยาลูโรนิค เอซิด มีคุณสมบัติทางความงามโดยอ้อม คือ เป็นตัวช่วยในการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรง และยังสามารถช่วยในการขับของเสียออกจากเซลล์ได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว
ไฮยาลูรอน คือ สารที่นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้คิดค้น “กรดไฮยาลูโรนิคสังเคราะห์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทน ไฮยาลูโรนิค เอซิด ที่ร่างกายสร้างขึ้น สารดังกล่าวมีลักษณะหนืดข้น ละลายน้ำได้ดี แต่ก็อุ้มน้ำได้ดีมาก เมื่อร่างกายเริ่มผลิตได้ลงก็นับเป็นความฉลาดของนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกระบวนการการสกัดสารกรดไฮยาลูรอนิคเพื่อทดแทน เราจึงได้เห็นผลิตภัณฑ์ความงามในกลุ่มเติมความชุ่มชื้นและลดเลือนริ้วรอยที่เลือกใช้ส่วนผสมนี้เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นผิว ต่อต้านริ้วรอยและเติมน้ำพร้อมกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวดูอิ่มฟูสดใส และ
ปัจจุบันนี้ไฮยาลูรอน และไฮยาลูโรนิกได้ถูกสกัดและนำมาผสมในผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เซรั่ม เอสเซนส์ ครีม วิตามินสำหรับรับประทานและรูปแบบของสารเติมเต็ม หรือ filler ที่นิยมในคลีนิคความงาม
ลักษณะของผิวที่สูญเสียไฮยาลูโรนิคคือ
-ความหมองคล้ำ
-ความแห้งกร้าน
-ผิวขาดน้ำ ไม่มีความชุ่มชื่น รู้สึกเหมือนครีมบำรุงที่ทาลงไปไม่ซึมสู่ผิว เมื่ออาการเหล่านี้สะสมนานๆ จะส่งผลต่อการเกิดริ้วรอยร่องลึกในอนาคต
คุณสมบัติที่สำคัญของไฮยาลูโรนิค
– การแก้ไขปัญหาผิวขาดความสมดุล ผิวแห้ง เป็นขุย หรือหลุดลอกเป็นแผ่นๆ ด้วยคุณสมบัติกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวได้ดีเยี่ยม
-สามารถช่วยเพิ่มปริมาตรผิว ( filler ) ได้อย่างยอดเยี่ยม
-สารเติมเต็มผิวที่มีความบริสุทธิ์สูง
– การบำรุงผิวพรรณ โดยเฉพาะผิวหน้าจะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในด้าน ความตึง กระชับ เรียบเนียน
– มีส่วนช่วยในการลดการสร้างอนุมูลอิสระ และกรองรังสี UV ที่จะทำร้ายผิว
– ลดอาการอักเสบของสิวซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลาย เร่งกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ที่มีผลต่อการหายของแผล
-การฟื้นฟูผิวหน้า โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรม
Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published.